วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

30ปีแห่งการเดินทาง จากE30 สู่ F30

ตั้งแต่โลกได้รู้จัก New 3er E30 เมื่อราวๆปี1982 ซีรี่ย์3 ก็มีการพัฒนาเรื่อยมาจนสิ้นสุดยุคของE-code และเข้าสู่ยุคใหม่ของBMW ด้วย F-code และCode name ของซีรี่ย์3 ใหม่(2012) นี้คือ F30 ซึ่งมีการเปิดตัวไปเมื่อ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา และจะวางแผงพร้อมกันช่วงต้นปี2012 นับจากวันนั้นสู่วันนี้ ก็30ปีเข้าไปแล้ว

ก่อนที่จะมีการเปิดตัวนั้นก็ได้มีภาพ Spyshot ออกมา จนหลายสื่อพยายามนำมาทำเป็นภาพPhotoshop ซึ่งถือว่าใกล้เคียงพอสมควรเลยทีเดียว

การเปิดตัวF30ของBMWนั้น ก็เหมือนกับการเปิดตัวของiPhoneตัวใหม่ของApple คือทั่วโลกต่างรอคอยซีรี่ย์ที่มียอดขายสูงสุด นับได้ว่าเป็นรถมหาชนของBMWอย่างแท้จริง และที่บอกว่าเหมือนกับการเปิดตัวiPhoneนั้น เพราะว่าแทนที่เราจะได้เห็iPhone5 แต่เรากลับได้ iPhone4s มาแทน ก็เช่นกัน เราคิดว่าเราจะได้เห็น New 3er แต่สิ่งที่เราได้เห็นราวกับว่าเป็น Mini 5er ที่อามาแปะโลโก้ของ 3erเท่านั้นเอง

แต่ไม่ได้หมายความว่าผิดหวังกับF30 เพียงแค่อาจจะคาดหวังอะไรที่มันตื่นเต้นมากไป ซึ่งจริงๆแล้F30ก็มีความตื่นเต้นในตัวมันเองไม่น้อย เส้นสายที่คมชัดตั้งแต่หัวจรดท้าย ไฟหน้าที่ยาวจนชิดกับไตคู่อันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของค่าย ซึ่งลักษณะไฟหน้าแบบนี้เคยพบในConcept car i8มาแล้ว บั้นท้ายที่มองเผินๆแล้วเหมือนกับซีรีย์5เอามากๆ เป็นเพราะถูกบังคับด้วยไฟท้ายที่พยายามสร้างให้เป็นเอกลักษณ์ใหม่กับBMWยุคใหม่ทั้งหมด ซึ่งผมคิดเอาเองว่ามันคล้ายกับE34 5erในสมัยก่อน

(บนซ้าย 1er บนขวา 5er ล่างซ้าย X1 ล่างขวา 5er E34)

กล่าวย้อนกลับไปเมื่อ30ปีก่อน ปี1982 BMW E30 เปิดตัวในฐานะน้องเล็กสุดของค่าย เป็นซีรี่ย์3 เจเนอเรชันที่2 ต่อจากE21 โดยถ้าเข้าใจไม่ผิด ในช่วงแรกๆมีการเปิดตัวด้วยรุ่นเด่นๆ ดังเช่น เครื่องยนต์4สูบ อันประกอบด้วย 316 ใช้เครื่องยนต์M10 1.8L คาร์บูเรเตอร์ 90แรงม้า และ318i ใช้เครื่องM10เช่นเดียวกัน แต่เป็นระบบหัวฉีด จึงให้กำลังสูงถึง105แรงม้า ส่วนเครื่องยนต์6สูบ จะเป็นM20 2.0L มีกำลัง125 แรงม้า ทั้งหมดไม่มีระบบอัดอากาศใดๆมาช่วย หายใจเองล้วนๆ

แต่มาในวันนี้F30 ซีรี่ย์3 เจเนอเรชันที่ 6นั้น ไม่ได้เป็นน้องเล็กสุดของค่ายอีกต่อไป ในช่วงแรกจะเปิดตัวมาด้วย 4รุ่นหลัก มีทั้งเบนซินและดีเซล ดังนี้ เครื่องยนต์เบนซิน 4สูบ ถูกขยายความจุเป็น2.0L พร้อมด้วยเทอร์โบช่วยอัดอากาศเข้าไอดี จึงให้กำลังสูงสุดถึง 245แรงม้า จึงได้ชื่อว่า 328i และเครื่องยนต์เบนซิน 6สูบ 3.0L พ่วงด้วยเทอร์โบเดี่ยว (แต่ชื่อTwinPowerTurbo) ให้กำลังถึง 306แรงม้า จึงได้ชื่อไปแบบโหดๆว่า 335i ส่วนเครื่องยนต์ดีเซลอีก2รุ่นนั้น เป็นเครื่อง 4สูบ 2.0L พ่วงเทอร์โบต่างขนาดกัน ทำให้ได้แรงที่ต่างกัน คือ 163แรงม้า และ184แรงม้า

N20B20 245hp@5,00rpm 350Nm@1,250-4,800rpm

N55B30 306hp@5,800rpm 400Nm@1,200-5,000rpm

N47D20 มี2ระดับความแรง 163-184แรงม้า

จะเห็นว่าเครื่องยนต์ที่มีการเปิดตัวมา3ตัวนั้น พ่วงมาด้วยTurbocharger อันสังเกตได้จาก Intercooler ด้านหน้าของเครื่องยนต์


จะเห็นว่าความเปลี่ยนแปลงทางวิศวกรรมที่เห็นอย่างชัดเจนคือ มีการใช้ระบบอัดอากาศเข้ามาช่วย ซึ่งการมาของเครื่องยนต์4สูบพ่วงเทอร์โบ จะเป็นการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของเครื่องยนต์ 6สูบแถวเรียงหายใจธรรมดา เช่นนั้นหรือ? คำตอบคือใช่ แต่ยังไม่ใช่ในเร็ววันนี้ ถึงแม้ว่าเปิดตัวจะไม่มีเครื่อง6สูบNAเลย แต่ผมเชื่อว่า หลังจากนี้จะมีออกมาให้เลือกใช้กันเหมือนเดิม จะในชื่อ323 หรือ 325ก็ว่ากันไป

ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วชอบความเป็นเครื่องหายใจธรรมดาแถวเรียง 6สูบ ของBMWมากกว่า รู้สึกว่ามันเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้หลงใหลในBMW แต่เราคงไม่สามารถหยุดการพัฒนาได้ ในเมื่อเขาอ้างว่า เครื่อง4สูบ ผูกโบ แรงกว่า ประหยัดกว่า รักษ์โลกกว่า ก็ต้องยอมรับกันไป

เมื่อ30ปีก่อน 3er E30เป็นรถที่มีขนาดกะทัดรัด แต่พอมาทุกวันนี้ 3er F30 มีขนาดที่ใหญ่โตขึ้นผิดหูผิดตา เทียบง่ายๆ F30นั้นมีขนาดใกล้เคียงกับ E34 5erในยุคนั้น ส่วนE30 มีขนาดใกล้ๆกับ 1erในปัจจุบันเท่านั้นเอง

สามสิบปีที่ผ่านไปความยาวของตัวรถมากขึ้นน่าจะเกือบ30ซม. (ในรูปของE30เป็นตัวM3) ความกว้างเพิ่มจาก1.6M เป็น 1.8M ถ้านำมาจอดเทียบกัน คงจะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน เหมือนเป็นคนละซีรี่ย์

InteriorของF30นั้น ดูจะลงตัวที่สุด เท่าที่BMWได้ทำมา เพราะมันไม่ได้ขาดๆเกินๆ อีกต่อไป และการที่BMW เลือกใช้ระบบiDrive ทำให้สามารถลดจำนวนปุ่มกดที่รกตาไปได้มาก แต่ก็ต้องใช้ความชำนาญในการใช้งานอย่างมากเช่นกัน

)

เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า ออกแบบมาให้โอบกระชับคนนั่ง(แต่กระชับหรือไม่ต้องไปลองเอง) ส่วนเบาะคู่หลังแทบไม่แตกต่างจากรุ่นเดิมเท่าไรนัก

จากภาพจะเห็นได้ว่าในบางรุ่นจะมีการตกแต่งภายในตัดด้วยสีเดียวกับตัวรถภายนอก รวมทั้งตัวดอกกุญแจ

มาจนถึงบรรทัดนี้ หลายคนคงสงสัยว่าทำไมถึงเอาE30มาเปรียบเทียบ ทั้งๆที่ไม่ใช่ 3er เจนเนอเรชันแรก มันมีหลายเหตุผล ข้อแรกคือ มันเปิดขายตอนปี 1982 นับมาจนวันที่กำหนดOn sale F30นั้น จะได้30ปีพอดี(เนี่ยนะเหตุผล) เหตุผลต่อมา คือผมเชื่อว่า E30 เป็นที่รู้จักของคนไทยมากกว่าE21 ความแพร่หลายสูงมาก ยอดขายในตอนนั้นถล่มทลายถึงขั้นว่าแซงหน้ารถยนต์จากค่ายญี่ปุ่น เพราะในยุคนั้นเหมือนว่ามีการปลดล็อคภาษี การนำเข้ารถยนต์ ทำให้ธุรกิจรถยนต์ประกอบในประเทศฟุบไปมากทีเดียว ถ้าจำไม่ผิด จะเป็นยุคเดียวกับที่มีการปิดปั๊มวันอาทิตย์แหละ(มั้ง)ครับ


ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เรามาย้อนอดีตของซีรี่ย์3 กันพอคร่าวๆดีกว่าครับ

E21 เปิดตำนานซีรี่ย์3 1975-1983

1

E30 ยอดนิยมตลอดกาล 1982-1992

E36 นกแก้วโบยบิน 1992-1998

E46 อารมณ์แห่งBMWที่แท้จริง 1998-2005

E90 ก้าวกระโดดสู่ยุคใหม่ 2005-2011

สุดท้ายแล้วF30จะสามารถก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่ได้หรือไม่ ยังต้องรอดูกันต่อไป



http://www.facebook.com/sharer.php?u=http://puppy-e34.blogspot.com/2011/11/30-e30-f30.html&t=E30 t0 F30

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น