วันอังคารที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2553

BMW E34 ::The Legend of 5::


ต้องยอมรับช่วงนี้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถพบเห็นรถรุ่นนี้ได้
อย่างไม่ยาก เห็นมากกว่าเมื่อตอนมันเปิดตัวเสียอีก ทั้งนี้อาจ
เนื่องจาก ราคาค่าตัวของมันในตลาดมือ2 ที่ต่ำมาก เมื่อเทียบ
กับค่าอื่นๆ ที่ขนาดตัวใกล้ๆกัน อีกทั้งเมื่อนำไปติดแก๊สแล้ว ยัง
มีพื้นที่เก็บของด้านท้ายอยู่มากโข หากไม่พอใจในเครื่องยนต์
หรือว่าเครื่องพังแล้ว การนำไปเปลี่ยนเครื่องก็ทำได้ง่าย
ส่วนมากแล้วจะวางJZ เทอร์โบได้ พื้นที่ในห้องเครื่องใหญ่พอ
ด้วยเหตุผลเหล่านี้ กระแสความนิยมของมันจึงมากขึ้น
.
แต่ ถ้าคุณเป็นหนึ่งในผู้ใช้รถE34 อยากถามว่ารู้จักมันมากน้อย
เพียงใด ติดตามความรู้เล็กๆน้อยๆได้ในบทความนี้
.
.
BMW E34 ปรากฏตัวครั้งแรกเมื่อปี 1989 ทำตลาดแทนที่ E28
ตัวถังมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นอย่างชัดเจน ด้วยความกว้าง 1.751เมตร
ยาว 4.20เมตร (ซึ่งกว้างกว่าE28 ราวๆ 5ซม. ยาวกว่าถึง 10ซม.)
และเพื่อเสถียรภาพที่มั่นคงในการวิ่ง จึงยืดระยะห่างล้อหน้ากับ
ล้อหลังเป็น 2.761เมตร ทั้งหมดนี้ทำให้น้ำหนักสูงถึง1.6ตัน
.
ถึงจะมีขนาดของตัวถังจะใหญ่โตขึ้น และน้ำหนักมากขึ้น แต่ค่า
สัมประสิทธิ์ความเสียดทานต่ำสุดอยู่ที่ 0.3 ช่วยลดเรื่องลมปะทะ
ตัวถังได้มากทีเดียว ถือว่าพลิ้วไหวใช้ได้

ช่วงแรกของการเปิดตัวทำตลาดนั้นรูปลักษณ์เป็นอย่างที่เห็นด้าน
บนนี้ ไตคู่ด้นหน้ามีขนาดเล็ก และกระจกมองข้างใหญ่(เค้าเรียกว่า
หูใหญ่ แต่ผมคิดว่ามันเล็ก และมองไม่ค่อยเห็น)
และสำหรับรถที่ขายในประเทศไทยนั้น ไฟเลี้ยวทั้งหมดเป็นสีส้ม
เครื่องยนต์ที่ใช้นั้นเป็น M20 ความจุ 2ลิตร 6สูบแถวเรียง ขับหลัง
กำลังสูงสุด 126แรงม้า ที่ 6,000รอบต่อนาที
.
หลังจากเปิดตัวได้ไม่นานก็มีการเปลี่ยนแปลงด้านขุมกำลังใหม่
โดยใช้หัวฉีดมัลติพอยท์ (ของเดิมเป็นเจ็ตทรอนิกส์)
มาในรหัส M50B20 ความจุ 2ลิตร 6สูบเรียงเช่นเดิม แต่มีกำลัง
สูงสุดเป็น 150แรงม้า ที่ 5,900รอบต่อนาที

E34 5er นอกจากจะมีตัวถังแบบSedan แล้วยังมีแบบTouring
เพื่อทำตลาดคนรักครอบครัวอีกด้วย ครึ่งคันหน้าใช้อะไหล่ร่วมกับ
Sedanได้ แต่ครึ่งคันหลัง ดูเผินๆก็ไม่ได้แตกต่างนัก แต่จริงๆแล้ว
ใช้ร่วมกันไม่ได้เลย แม้กระทั่งไฟท้าย(ผมก็เพิ่งรู้)

.
ก่อนที่จะไมเนอร์เชนจ์นั้นมีการเปลี่ยนแปลงเครื่องยนต์อีกครั้ง
โดยเครื่องใหม่นี้ยังเป็นรหัสM50 แต่ความจุเพิ่มมากขึ้นเป็น 2.5
และมีการเพิ่มระบบVanos ซึ่งก็คือวาล์วแปรผัน คล้ายกับVVT-i
มีกำลังสูงลิ่วถึง 192แรงม้า ที่5,900รอบต่อนาที ทั้งนี้ไม่มีระบบ
อัดอากาศใดๆทั้งสิ้น
.
.
:: The Minorchange ::

ช่วงราวปี93 มีการทำไมเนอร์เชนจ์ให้กับE34 เพื่อให้ดูทันสมัยขึ้น
ด้วยการเปลี่ยนไตคู่(จมูก)ให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น เปลี่ยนกระจกมอง
ข้างหูเล็ก(ดูรูปคันสีขาวบนสุด) โดยเครื่องยนต์ใช้ตัวเดิม ไม่มีการ
เปลี่ยนแปลงจนสิ้นอายุขัยเมื่อปี 1996
.
.
:: Interior ::
จากอานิสงค์ของขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้น ทำให้พื้นที่ภายในกว้าง
ขวางขึ้นด้วย แต่อย่าได้เอาไปเทียบกับซีรี่ย์5ใหม่ๆ เพราะทุกครั้ง
ที่เปลี่ยนโมเดล มันย่อมใหญ่ขึ้นแน่นอน
.
อุปกรณ์ภายใน ไม่ได้หรูหราอะไรมากนัก เน้นการใช้งานจริง
เสียมากกว่า เช่นคอนโซลหน้าที่เอียงเข้าหาคนขับ เพื่อความ
สะดวกในการปรับ ,ช่องแอร์ด้านหลังที่คอนโซลกลาง อีกทั้งเบาะ
คู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้า พร้อมเมมโมรี่ ,ม่านบังแดดไฟฟ้าด้านหลัง
.
ออปชั่นเสริมเพิ่มเติมต่างๆนั้น พบได้ในต่างประเทศ-*-
เช่น ออนบอร์ดคอมพิวเตอร์ ใช้ดูและควบคุมการทำงานของระบบ
ต่างๆในรถ ,แอร์ออโต้(ประเทศไทยเป็นแบบบิด เหมือนเตาแก็ส)
.
สีภายในถ้าเป็นรถในไทยจะเป็นสีดำ ช่วงปีหลังๆจะมีสีเบจด้วย
แต่ถ้าเป็นตัวนอก จะมีสีน้ำเงินม่วงๆ (ซึ่งผมว่าไม่ค่อยสวยเลย)
.
.
:: Safety ::
ด้านความปลอดภัย ก็ไม่มีอะไรที่แปลกแตกต่างจากคนอื่นมากนัก
ระบบดิสก์เบรก 4ล้อ พร้อมABS ที่มีมาให้ตั้งแต่ตัวแรก
ส่วนถุงลมนิรภัยจะพบได้ในรถตั้งแต่ปี 94ขึ้นมาเท่านั้น
ภายในรถไม่มีจุดไหนเลยที่เป็นเหลี่ยมมุม เพื่อให้ความปลอดภัย
แก่ผู้นั่ง หากเกิดอุบัติเหตุ (แต่ลองกระแทกแรงๆก็เจ็บอยู่นะ)
.
อีกเรื่องหนึ่งที่อยากเสนอคือ ระบบรับแรงกระแทกที่กันชน
หากเกิดการชนที่ความเร็วไม่เกิน15กม./ชม. จะไม่ก่อให้เกิดความ
เสียหายแก่ตัวถัง (คือมันลดแรงกระแทก)
.
.
:: Price ::
ราคาE34 เมื่อปี1994
_520iA Touring 2,180,000 บาท
_525iA 2,390,000 บาท
ราคาE34 เมื่อปี1997 (ตัวสุดท้าย)
_520iA 1,880,000 บาท
_520iA Touring 2,270,000 บาท
_525iA 2,279,000 บาท
.
:: Byer's Guide ::
อย่างที่กล่าวไว้ว่าช่วงนี้ความนิยมสูง หลายคนก็หาซื้อกันจาก
เต็นท์มือสอง ซึ่งบางทีก็ถูกหลอกว่าเป็นตัวท็อปบ้าง เปลี่ยนโฉม
แล้วบ้าง ทั้งนี้เนื่องจากความไม่รู้ของเราเอง
เลยอยากเขียนวิธีสังเกตรุ่นคร่าวๆ ดังจะกล่าวต่อไปนี้
.
BMW E34 แบ่งออกเป็น 4รุ่นย่อยๆตามช่วงปี
1. ปี89-91 เครื่องM20 จมูกเล็ก กระจกมองข้างแนบกับตัวถัง
2. ปี91-93 เครื่องM50 ไม่มี vanos ตัวถังยังคงเหมือนเดิม
ภาษาวงในจะเรียกรุ่นนี้ว่า รุ่นไม่โนส
3. ปี92-94 เครื่องM50 Vanos เปลี่ยนกระจกมองข้างเป็นหูเล็ก
คือ แบบที่เป็นก้านยื่นออกมา เรียกรุ่นนี้ว่า V-Nose
4. ปี94-96 เครื่องM50 Vanos จมูกโต หูเล็ก มีถุงลมนิรภัย
เรียกรุ่นนี้ว่า Big-Nose
.
ที่บอกนี้ก็ต้องระวังบางทีประกาศขายว่าเป็นบิ๊กโนสแล้ว ขอให้ดู
ที่กระจกมองข้างด้วย เพราะส่วนมากเวลาแปลง มักจะเปลี่ยนแค่
จมูก กับฝากระโปรงหน้าเท่านั้น (แบบว่าเอาง่ายๆเข้าว่า)
นอกจากนี้ก็ควรสังเกตุเครื่องยนต์ด้วยเพราะถ้าBig-noseจริง จะ
ต้องมีVanos ด้านหน้าเครื่อง
เรื่องพวกนี้ก็ควรทราบไว้บ้าง กันเต็นท์โก่งราคาเกินควร
คือถ้าจะบวกราคาเพิ่มก็ไม่ควรจะมากนักถ้าเทียบในปีเดียวกัน
เพราะยังไงรถก้ปีเก่า
.
ในความคิดของผมนั้นถ้าเค้าแปลงหน้ามา แต่ขายในราคาตามปี
ก็ถือว่าเราได้กำไรพพอสมควรเลย แต่ถ้าหากแปลงมาแล้วขาย
ตามราคาของBig-nose ทั้งๆที่ตัวมันเป็นไม่โนส ก็ไม่ไหวละครับ
.
.
:: E34 Engine in thailand ::
M20B20 ความจุ 1991cc
กำลังสูงสุด 129 แรงม้า ที่ 6000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 164 นิวตันเมตร ที่ 4300 รอบต่อนาที
.
M50B20 non-Vanos หัวฉีดMPI ความจุ 1991cc.
กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 5900 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 190 นิวตันเมตร ที่ 4700 รอบต่อนาที
.
M50B25 Vanos (สังเกตที่โหนกหน้าเครื่อง) ความจุ 2494cc
กำลังสูงสุด 192 แรงม้า ที่ รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 245 นิวตันเมตร ที่ รอบต่อนาที
.
หลังจากราวๆปี1995 E34 ที่ขายในประเทศไทยลดความจุลง
เพื่อเป็นการเลี่ยงภาษีที่แสนจะแพง เป็น 2.4ลิตร ซึ่งส่งผลให้
กำลังสูงสุดลงลดเหลือแค่ 188แรงม้า
.
.
:: E34 Unseen Engine ::
M60B30 V8 ความจุ 2997cc
กำลังสูงสุด 218 แรงม้า ที่ 5800 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 290 นิวตันเมตร ที่ 4500 รอบต่อนาที
M60B40 V8 ความจุ 3982cc
กำลังสูงสุด 289 แรงม้า ที่ 5800 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 4500 รอบต่อนาที
.
เครื่องทั้งสองตัวนี้เป็นเครื่องที่วางใน530i และ540i ในต่างประเทศ
ถ้าต้องการสามารถหาหัวตัดได้ในราคาประมาณแสนกว่าบาท
.
M52B25tu ความจุ 2.5ลิตร Double-Vanos
กำลังสูงสุด 170 แรงม้า ที่ 5500 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 230 นิวตันเมตร ที่ 3950 รอบต่อนาที
.
เครื่องยนต์นี้พบในE39 แต่สามารถนำมาวางในE34ได้ แม้ว่ากำลัง
จะน้อยกว่าM50B25 แต่ด้วยความสดใหม่ของเทคโนโลยี อีกทั้ง
กำลังยังมาในรอบที่ไม่สูง ทำให้สมรรถนะไม่ได้ด้อยไปกว่าM50
แถมมีวาล์วแปรผันทั้งฝั่งไอดีและไอเสีย จึงได้เรื่องความประหยัด
น้ำมันที่มากกว่าM50
.
M52B28

2.8ลิตร Single-vanos
193แรงม้า @ 5500รอบต่อนาที
280นิวตันเมตร @ 3950รอบต่อนาที

เครื่องยนต์นี้พบในE36 และE39 ที่เป็น528ตัวแรกๆ(แต่ในไทยจะเป็น4spd) ช่วงนี้เป็นที่นิยมลงในE34ค่อนข้างมาก เพราะจบง่าย ประหยัดกว่า แรงดีกว่าเดิม แม้แรงม้าจะน้อยเมื่อเทียบกับซีซี แต่ก็มาที่รอบต่ำกับแรงบิดที่สูง บวกกับเกียร์5spd(ตัวนอกที่ตัดมาน่าจะเป็นเกียร์5spdทั้งหมด)


S38B36 ความจุ 3535cc
กำลังสูงสุด 315 แรงม้า ที่ 6900 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 360 นิวตันเมตร ที่ 4750 รอบต่อนาที
.
เครื่องยนต์นี้พบในM5 สำนักM power ได้ทำการปรับแต่งเครื่อง
ตระกูลM30 (big six) ให้มีกำลังมากยิ่งขึ้น
.
Alpina B10 3.5 Bi-turbo ความจุ 3430cc
กำลังสูงสุด 360 แรงม้า ที่ 6000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 520 นิวตันเมตร ที่ 4000 รอบต่อนาที
.
เครื่องยนต์ตัวนี้รับรองว่าหาไม่ง่ายนัก ทำออกมาแค่507เครื่อง
โดยสำนักแต่ง Alpina ที่แฟนๆBMWย่อมรู้จักกันอย่างดี
เท่าที่ดูแล้วคิดว่าใช้เครื่องตระกูลM30 เป็นพื้นฐานเช่นกัน
.
M70B50 V12 ความจุ 4988cc
กำลังสูงสุด 295 แรงม้า ที่ 5200 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ที่ 4100 รอบต่อนาที
.
เครื่องยนต์นี้ไม่ใช่เครื่องที่อยู่ในซีรี่ย์5 แต่เป็นของพี่ใหญ่ซีรี่ย์7
เป็นความพยายามหาเครื่องบ้าพลัง แล้วก็ต้องพยายามอย่างยิ่ง
ที่จะยัดมันลงไป ผมว่าเวลาขับตรงๆคงง่ายอยู่แต่เวลาเลี้ยงคง
ลำบากไม่น้อย มันคงจะดื้อมือน่าดู ที่เอาลงให้ดูเผื่อใครจะได้
ไอเดียอยากทำขึ้นมาบ้าง อิอิ
.
.
:: E34 M5 ::
M5 จะมาพร้อมกับลิ้นต่อกันชนหน้า และล้อลายกงจักร
.
.
:: E34 M540 :: US Version
จะพบตัวนี้เฉพาะโซนอเมริกาเหนือ แต่ตัวถังแบบM5 เพียงแต่ใช้
เครื่องยนต์ V8 4ลิตร
.
.
:: E34 Alpina ::
Alpina ลิ้นต่อกันชนหน้า และวงล้อที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมกับ
สติกเกอร์รอบคัน จนทุกวันนี้Alpina ตัวใหม่ๆยังใช้ฟอร์มนี้เป็น
มาตรฐานทั้งหมด
.
.
:: E34 M5 convertible ::
เรียกว่าเป็นsecret of BMWเลยก็ว่าได้ กับE34เปิดหลังคา อีกทั้ง
ยังเป็น M5 เสียอีก เพิ่งจะเผยให้โลกได้รู้จักเมื่อปีที่แล้วนี่เอง
.
.
:: E34 AC ::
เป็น5er E34 ที่ทางสำนักAC นำไปแต่ง โดยเปลี่ยนล้อใหม่ลาย
เฉพาะของAC และกรอบกันชนหน้า รวมไปถึงกาบข้าง เรียกได้ว่า
ซิ่งแบบเต็มๆ
.
.
หวังว่าบทความนี้จะให้ความรู้ความเป็นมาของE34 ได้บ้าง และก็
หวังอีกว่าจะมีผู้ติดตามชมบ้าง(คงไม่เบื่อไปซะก่อนเน่อ)
หากมีข้อผิดพลาดก็ต้องขออภัย และจะรีบแก้ไขโดยด่วน

วันพุธที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2553

BMW E-code: the saga is complete


:: บทความนี้เขียนเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่การจากไปของE-CODE
(อย่างไม่มีวันกลับ 555)
.
รถทุกยี่ห้อทุกรุ่นจะมีรหัสพัฒนาที่แตกต่างกัน โดยBMWใช้รหัสE เป็น
ตัวอักษรนำหน้า จากนั้นตามด้วยตัวเลข เริ่มมีการใช้มาตั้งแต่ปี1968
จนทุกวันนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนมาใช้รหัสFแทน ดังนี้จึงถือได้ว่าเป็นการ
ปิดฉากของE-codeแล้วก็ว่าได้
.
ด้วยวาระนี้ จึงอยากจะย้อนความเป็นมาของE-codeให้ได้ทราบกันไว้
เผื่อใครเกิดไม่ทันรุ่นแรกๆ (ซึ่งผมก็เกิดไม่ทันเช่นกัน) จะได้ทราบกัน
.
บทความเก่าที่เคยเขียนไว้จะแบ่งตามซีรี่ย์ แต่คราวนี้จะแบ่งตามรหัสของ
E-code จากน้อยไปมาก โดยจะนำเสนอเฉพาะรถที่มีการจำหน่ายเท่านั้น
.



E3 E-codeรหัสแรก (1968 - 1977)


เปิดตัวE-codeด้วย E3 คงสงสัยว่าทำไมถึงไม่เป็น E1 จริงๆแล้ว E1ใช้เป็น
รหัสตัวถังของprototypeรุ่นหนึ่ง และยังเกิดทีหลังE3อีกด้วย แต่เพราะเหตุใด
ถึงเป็นเช่นนั้น ผมก็ไม่ทราบ-*-
.


E8 :1800 2000 (1969 - 1972)

BMW E8 เป็นหนึ่งในไม่กี่รุ่นของBMWที่เลือกใช้ไฟหน้ารูปแบบสี่เหลี่ยม
แต่อย่างไรก็ตามสัญลักษณ์สำคัญซึ่งคือไตคู่ไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่
ไตคู่ในสมัยนั้นๆมันเหมือนกับฟันหนูมากกว่าไตอ่ะ
.
E10 :2002 (1968 - 1975)

สุดคลาสสิกแห่งโลกคงต้องยกให้กับ2002 (E10) มนต์เสน่ห์ของมันยัง
คงมีอยู่ในตัว อีกทั้งราคาขายในท้องตลาด บางคันแพงกว่ารุ่นที่ใหม่กว่า
มันด้วยซ้ำไป
.


E12 :5series (1972 - 1981)

หลังจากที่มีการใช้E-codeมาหลายปี BMWได้กำหนดระบบเรียกขนาดรถ
ของตัวเองขึ้น โดยแบ่งเป็น 3 5 7 และE12นี้เอง น่าจะเป็นE-codeคันแรก
มีระบบseriesมากำหนด(ซีรี่ย์5 คันแรก)
.
E20 :2002turbo (1973 - 1975)

กระแสนิยมของ2002ยังคงมีอยู่มาก BMWจึงได้ดัน2002turboออกมา
ขายซะเลยในช่วงท้ายอายุของมัน แทนที่รุ่นแต่งจะใช้รหัสเดิม แต่กลับให้
รหัสตัวถังมันใหม่คือE20ซะเลย (ไม่ใช่น้ำมันนะ)
.
E21 :3series (1977 - 1983)

ซีรี่ย์3 คันแรกที่คลานตามพี่5 มาติดๆ(ตรงไหน) ไม่รู้ว่ามันมีรุ่นสี่ประตูไหม
แต่คิดว่าไม่มีเพราะไม่เคยเห็นเลย
.
E23 :7series (1977 - 1986)
พี่ใหญ่คนแรก E23 ซีรี่ย์7ที่มาพร้อมรูปร่างอันใหญ่โต เหมาะกับคนรัก
ครอบครัว แต่จะว่าไปแล้ว ขนาดของมันพอๆกันซีรี่ย์ห้าในปัจจุบันนี่แหละ
.
E24 :6series (1976 - 1989)
E24 ซีรี่ย์6 รุ่นพิเศษที่เกือบจะเรียกได้ว่าซีรี่ย์7 คูเป้ เพราะดูๆแล้วใช้พื้นฐาน
ทางวิศวกรรมครึ่งคันหน้าร่วมกันเลย อย่างที่บอกว่าเป็นรุ่นพิเศษ ถึงเวลาทำ
ตลาดจะนาน แต่ก็มีเพียงไม่กี่คันเท่านั้น
.
E26 :M1 (1978 - 1981)
M1 เป็นรถที่มีการออกแบบมาได้แตกต่างจากBMWทุกๆรุ่น ทั้งที่ผ่านและ
หลังจากE26 นี้ก็แทบจะไม่มีรถในลักษณะนี้อีกเลย จะมีก็เห็นแต่ซีรี่ย์8
อีกอย่างนึง คือตอนแรกผมไม่คิดว่าM1 จะเป็นรถที่ได้ทำออกมาจำหน่าย
แต่BMWแจ้งไว้ว่าไม่ได้เป็นprototype หรือconcept ผมก็งง เลยเอามา
รวมในนี้ซะด้วยเลย คงไม่ว่ากันนะ
.
E28 :5series (1981 - 1987)
ซีรี่ย์5 คันที่สอง ไม่ได้แตกต่างจากเดิมมากนัก ทำให้หลายคนสับสนกับ
E12 แต่ขอให้ดูที่เสาC ถ้าE28จะไม่มีช่องอากาศอย่างE12
.
E30 :3series (1982 - 1991)
ซี่รี่ย์3 สุดฮอต ดูจากอายุการทำตลาดอันยาวนานแล้วพอจะทราบได้
.
E31 :8series (1989 - 1999)
สุดยอดรถในฝันของใครหลายๆคน(ผมด้วย) แม้กระทั่งวันนี้เป็นรถมือสอง
แค่ราคาของมันตกที่ประมาณ2-4ล้านบาท แบ่งเป็น850และ840 ขอบอก
ว่าถ้าใครมีละก็ ฮืมมม สุดยอดดดด
.
หลังจากนี้จะเป็นรถที่ทุกคนรู้จักเป็นอย่างดีแล้วจะขออธิบายแค่บางกรณี
.
E32 :7series (1986 - 1994)

.
E34 :5series (1988 - 1996)
สุดที่รัก^_^
.
E36 :3series (1990 - 1998)

.
E38 :7series (1994 - 2001)

.
E39 :5series (1995 - 2003)

.
E46 :3series (1997 - 2005)

.
E52 :Z1 roadster (1999 - 2003)
หนึ่งในบรรดารถในฝัน ที่สุดแสนจะหายาก ยากมากๆ รูปร่างที่มีเอกลักษณ์
ในไทยก็มีนะครับ แต่ก็ไม่กี่คันหรอก ข้อมูลอื่นใดนั้น ผมไม่ทราบเลย
(ใครรู้เมลล์มาบอกผมที จะเป็นพระคุณยิ่ง poppapak@gmail.com )
.
E53 :X5 (1999 - 2006)
เป็นSUVคันแรกของBMW โดยอาศัยศักยภาพของ Land Rover ซึ่งสมัย
ที่เปิดตัวนั้นกระแสก็แรงไม่เบา เพราะปกติจะเห็นแต่BMW ซีดาน ไม่เคยมี
รถในลักษณะอื่นๆแบบนี้เลย
.
E60 :5series (2002 - 2009)

.
E63 :6series (2002 - 2007)
โมเดลเชจน์ครั้งแรกของซีรี่ย์6 (หูย นานจริง) ตั้งแต่จากไปเมื่อ1989 เป็น
สปอร์ตคูเป้ขนาดใหญ่อีกคันจากBMW
.
E65-E66 :7series (2001 - 2008)
E65จะเป็นรุ่นปกติธรรมดา ส่วนE66 จะเป็นรุ่นฐานล้อยาว ไม่ใช่รุ่น
ก่อน/หลังไมเนอร์เชนจ์อย่างที่หลายคนเข้าใจกันอย่างไร (ไมเนอร์เชนจ์
ไม่มี่การเปลี่ยนรหัสตัวถัง)
.
E70 :X5 (2006 - now)

.
E71 :X6 (2008 - now)
เอสยูวีที่BMW เรียกว่าSAV ครึ่งคันหน้าใช้พื้นฐานวิศวกรรมร่วมกับ X5
แต่ท้ายจะเทลาด คล้ายกับคูเป้เลยทีเดียว
(คันในรูปคือX6M เอสยูวีบ้าพลัง แรงทะลุโลกถึง555แรงม้าเลยทีเดียว)
.
E81-E82 :1series (2007 -now)
รุ่นเล็ก ที่เล็กจริงๆจากBMW ให้ชื่อว่าซีรี่ย์1 เหมาะกับการใช้งานในเมือง
คล่องเคล่วและปราดเปรียว แต่ก็มีเครื่องยนต์ให้เลือกตั้งแต่สี่สูขนาดเล็ก
ไปจนหกสูบพ่วงเทอร์โบกันเลยทีเดียว
E81 เป็นรุ่นสามประตู E82เป็นรุ่นคูเป้
.
E83 :X3 (2003 - 2010)
หลังจากที่เปิดตัว X5ไปไม่นาน BMWก็เข็นเจ้าน้องX3ออกมาติดๆ แต่ดู
เหมือนว่ากระแสจะไม่แรงมากเท่าพี่มัน
.
E84 :X1 (2009 - 2016)
เอสยูวีรุ่นเล็ก ที่ในตอนแรกบอกว่าจะใช้ซีรี่ย์1 เป็นพื้นฐานในการพัฒนา
แต่ พอเอาเข้าจริงแล้ว มันไม่ได้เล็กเลย ขนาดใหญ่พอๆกับพี่X3ด้วยซ้ำ
.
E85-E86 :Z4 (2002 - 2009)
.
E87 :1series (2004 - 2006)
ซีรี่ย์1 อีกคัน แต่คราวนี้มาใครรูปแบบแฮตช์แบค (ห้าประตูนั่นเอง)
.
E89 :Z4 (2009 - 2016)

.
E90-E91 :3series (2005 - 2012)

ซีรี่ย์สามรุ่นปัจจุบัน ที่กำลังอยู่ในช่วงท้ายของชีวิต
E90 จะเป็นซีดานสี่ประตู ส่วน E91 เป็นแวกอนหรือที่BMWเรียกว่าทัวริ่ง
E92 จะเป็นสปอร์ตคูเป้ และE93 เป็นรุ่นเปิดหลังคา
.
E93 :3series (2007 - 2014)
.
หลายคนสงสัยว่ารุ่นMนั้นมีการจะซีรี่ย์และE-code อย่างไร ตอบเลยว่า
รุ่นM จัดเป็นรุ่นท็อปของE-codeนั้นๆ ไม่มีการตั้งE-codeใหม่แต่อย่างใด
.
อีกอย่างที่หลายคนสงสัยแน่ๆหลังจากดูกระทู้นี้จบคือ Z3 หายไปไหนล่ะ
นั่นดิ!! ผมก็งง เลยลองไปหาๆดูก็พบว่าZ3 ใช้รหัสตัวถังว่าE36 ??
นั่นหมายความว่ามันใช้พื้นฐานจากซีรี่ย์3 E36
ก็เลยทำให้ผมพลาดไปในการลงรูปรถรุ่นนี้ ก็คงต้องขออภัยล่ะครับ
.
จบแระกับอีกหนึ่งบทความ จะว่าไปมันก็ไม่ได้ให้ความรู้เท่าไหร่เลยอ่ะ
ก็แค่ไล่ลำดับ E-codeเท่านั้นเอง
.
จากนี้ไปBMWรุ่นใหม่ๆจะใช้รหัสF แทนในการเรียกชื่อรุ่นตัวถัง
ก็คงต้องฝากอนาคตไว้กับรุ่นน้องว่าจะสามารถสร้างประวัติศาสตร์และ
ความประทับใจได้เท่าๆE-codeหรือไม่.........
.
ขอบคุณGoogle สำหรับการค้นหารูปภาพต่างๆ