วันอังคารที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2556
The new VIOS !!!
หลังจากมอเตอร์โชว์2013 ได้จบลงไปแล้ว รถยนต์คันหนึ่งที่ได้รับกระแสตอบรับ และเป็นทอล์คออฟเดอทาวน์นั่นก็คือ new Vios 2013 (จริงๆมันก็เป็นกระแสมาตั้งแต่จองรถคันแรกเมื่อปลายปีก่อนแล้วหล่ะ อิอิ) จากการออกแบบที่ฉีกความเป็นโตโยต้าไปตลอดกาล(เว่อร์ว่ะ) โดยส่วนตัวผมถือว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ดูจะดีขึ้น ลบภาพรถติ๋มๆของgen2ไปได้หมด เส้นสายที่คมมากขึ้น ไฟหน้าที่ดุดัน ค่อนข้างจะดูหล่อเหลาลงตัวไม่น้อยเชียว
มาว่ากันด้วยเรื่องภายใน อันนี้มีสิ่งที่ชอบมากคือ ย้ายเรือนไมล์ทั้งหมดมาในที่ที่ควรของมัน ไม่ใช่เสร่ออยู่บนแผงกลางแบบเดิม(กราบขออภัยที่ใช้คำแรงไปนิด) ในgen3นี้ โตโยต้าได้ให้ความใส่ใจกับรายละเอียดภายในมากพอสมควร การจัดวางอุปกรณ์ใช้ง่าย(อันนี้แล้วแต่คนถนัด) แต่ที่แปลกใจคือ วิทยุทำไมดั้นไปอยู่บนช่องแอร์แบบนั้น แต่ถ้าคิดอีกที(แบบเข้าข้าง)จะพบว่า การที่อยู่ในตำแหน่งนั้นทำให้เวลาขับรถแล้วจะปรับเปลี่ยนเพลงก็ไม่จำเป็นต้องละสายตาจากถนนมากนัก และอีกอย่างนึงคือมาแอบคิดว่าอาจจะมีก็อกสองออกมาเป็นรุ่นNavi ติดไว้แทนวิทยุ แหม่ คิดเองเออเอง แจ่ม!! แต่ผมว่ามันก้เป็นตำแหน่งที่ดีนะ ด้วยเหตุผลเดียวกัน คือไม่ต้องละสายตาจากถนนนัก อย่างบางยี่ห้อ เอาไว้ซะล่างเลย เวลาใช้จริงก็ต้องก้มมอง พอเงยหน้าขึ้นมาก็ โครม ไปจูบตูดชาวบ้านเค้าเรียบร้อย
ทีนี้มาดูว่าเมื่อเจอกับคู่แข่งแล้วใครเป็นใคร คู่แข่งตรงๆตลอดกาลก็คงไม่พ้นHonda City เมื่อก่อนนั้นหน้าตาของviosกับcityจะออกไปคนละแนว คือติ๋มๆกับเท่ห์ๆ แต่บัดนี้ผมถือว่ามาแย่งตลาดเดียวกัน ปะทะกันตรงๆ ออกแนวดุ เท่ห์ ทั้งคู่ โดยรวมแล้วcityยังคงเสียเปรียบเพราะมาก่อนนานกว่ามาก หน้าตาเป็นที่คุ้นเคย หลายคนจะมองว่ามันดูเชยไปแล้ว จริงๆผมว่าไม่หรอกครับ แค่เราชินมากกว่า ในส่วนของหน้าตาผมว่าทำได้ดีพอๆกันแล้ว (ยังไม่พูดถึงเครื่องนะ อันนั้นมีเฮ เด๋วค่อยว่ากัน) อุปกรณ์ภายในของcityผมถือว่าใช้งานง่าย ออกแบบได้ดี(เมื่อเทียบกับviosตัวเก่า) แต่การมาของvios gen3นี้ ทำให้cityหายใจไม่ทั้วท้องเลยทีเดียว แต่แว่วๆมาว่าปลายปีนี้hondaจะมีไม้เด็ดอีกครั้ง แต่จะเป็นอะไรนั้นผมไม่ทราบจริงๆ เดาว่าอาจจะเป็นminorchangeละมั้ง คงต้องรอดูกันต่อไป
นอกจากHonda Cityแล้ว คู่แข่งในตลาดยังมีเฟียสต้า นังสอง แล้วก็โซนิค โดยส่วนตัวแล้วเห็นว่าเฟียสต้ารุ่น4ประตูนั้น หน้าตาก็ดูดี แต่บั้นท้ายดูแปลกๆ ไม่ค่อยลงตัวนัก (รุ่นห้าประตูสวยกว่านะผมว่า) แต่เอาเหอะ ยังไงๆปลายปีนี้มันก็คงได้ไมเนอร์เชนจ์แล้วหล่ะ เพราะเอาหน้าตามาให้ดูกันแล้วตอนมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา
ส่วนนังสอง(หมั่นไส้มีแต่คนเรียกน้องสอง) ผมว่าออกแบบมาได้ค่อนข้างลงตัวนะ กำลังพอดีไม่ล้น ไม่เละ แต่ด้วยเครื่องยนต์ที่ค่อนข้างโบราณ แต่อาศัยว่าอัดออพชั่นดีก็ยังอยู่ในตลาดได้ต่อไป ส่วนเรื่องที่ขึ้นชื่อที่สุดนั้นคงจะเป็นช่วงล่างที่ให้ความมั่นใจสุด แต่ผมว่า รถในระดับนี้ไม่ควรจะขับเกิน120-130หรอกครับ มันเป็นB-seg ไม่ได้ออกแบบมาให้ไว้ใช้ซิ่ง ยังไงมันก็อันตรายครับ
สุดท้ายน้องใหม่(ไม่ใช่แล้วสิ) โซนิคบูม 555+ รูปร่างหน้าตา ใช้ได้ ดีกว่าอาวีโอ้เยอะแหละวะ กระจังหน้าผมว่ามันเหมือนลูกฉลามอ้าปาก โซนิคจะได้เด่นตรงเกียร์ แต่มาด้อยกว่าเขาตรงเครื่องยนต์นี่แหละ เศร้าจังT^T
ทีนี้มาถึงเรื่องสำคัญ แม้ว่าnew viosจะมีการออกแบบที่ใหม่หมดจด แต่ไส้ในยังคงเดิม คือ1NZ-FE ใช้มากว่า10ปี(แล้วนะ) ถึงจะมีการปรับปรุงมาบ้าง แต่ก็ถือว่าเล็กน้อย หลายคนอาจจะบอกว่ามันโบราณบ้างอย่างงู้นอย่างงี้ แต่สิ่งที่เราเถียงไม่ได้เลย คือมันยังคงตอบโจทย์การใช้งานได้ยอดเยี่ยมนะ แล้วก็ข้อดีคือ อะไหล่ใช้ร่วมกันได้หมด หาง่ายมาก มีทุกถนน เยอะพอๆกับเซเว่นเบย(เว่อร์) แต่ก็แอบหวังว่าถ้าได้ประกบมากับเกียร์ซักแค่5สปีดก็น่าจะดึงเกมยอดขายได้มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องถึง6สปีดอะไรให้มันโอเวอร์อย่างบางค่าย มันอาจแทบไม่จำเป็น ในส่วนของตารางนี้ เราจะเห็นว่าแชมป์แรงม้าก็คงไม่พ้นCity ส่วนเจ้าโซนิคมาแบบรังท้ายตารางเพราะความจุน้อยกว่าเค้านั่นเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันแทบไม่แตกต่างกัน ยิ่งถ้าใช้งานในเมืองไม่ค่อยออกไฮเวย์ ยิ่งไม่ต่าง ดังนั้นตัวเลขมากกว่าน้อยกว่าไม่น่าจะเป็นประเด็นในการเลือกซื้อ และด้านล่างของตารางก็แถมขนาดมิติตัวรถมาให้ดูกันเล่นๆ ไม่แน่ใจว่าผิดถูกแค่ไหน พยายามเอามาจากเวปofficialของแต่ละค่าย โดยส่วนตัวคิดว่าไม่ต่างกัน(อีกแล้ว) ผมว่าควรจะลองไปนั่งดูว่าคันไหนมันเหมาะกับสรีระของเรามากที่สุด
สุดท้ายแล้วยอดขายของnew viosจะเป็นอย่างไรคงต้องรอดูกันต่อไป แต่ที่แน่ๆปีนี้ตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กคงจะซบเซา จากกระแสรถคันแรกเมื่อปีที่ผ่านมา สุดท้ายก็อยากฝากไว้ว่าเมื่อเรามีรถคันแรกแล้ว ก็จงใช้ชีวิตบนความระมัดระวัง ขับรถให้มีมารยาทซักนิด ไม่ใช่สักแต่ว่าขับนะจ๊ะ อย่าให้รถคันแรก เป็นรถคันสุดท้าย(ของชีวิต)
วันศุกร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2555
ลองคิดดูเล่นๆนะ
ที่นำมาเทียบกันอยากให้ลองเปลี่ยนความคิดว่า รถเก่ามือสอง ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป เมื่อคิดถึงความคุ้มค่า คุ้มราคาแล้ว อาจจะคุ้มมากกว่าซื้อรถใหม่เสียด้วยซ้ำไป ในจุดสุดท้ายแล้วรถยุโรปอายุ20ปี ก็ยังฟิตและเฟิร์มกว่ารถญี่ปุ่นขับหน้าอายุ10ปีอยู่ดี รถใหม่อาจจะได้ตรงที่ช่วง3-4ปีแรก สบายใจหายห่วง(ก็ไม่เสมอไป) แต่พอหลังจากนั้นค่าบำรุงรักษาก็มาขึ้นไปเรื่อยๆ
สำหรับกรณีนี้ อยากให้คนที่จะตั้งตัวตั้งชีวิตตั้งครอบครัวใหม่ๆ ลองหยุดแล้วคิดดู ด้วยเงินส่วนต่างถึง2แสน คุณจะเติมน้ำมันได้อีกหลายปีโขเลยทีเดียว เงินที่จะซื้อรถใหม่ก็ต้องผ่อนไปเป็นภาระอีกค่อนข้างนานเลยทีเดียว แต่ถ้าเงินนั้นมาเป็นรถมือสองยุโรปซักคัน คุณจะได้คุณภาพรถที่ดีกว่า ภาษีสังคมที่สูงกว่า แม้ว่าค่าบำรุงรักษาจะสูงกว่า แต่เชื่อเถอะBMWไม่ได้ซ่อมอานอย่างที่ใครๆเขาบ่นกันหรอก (ยิ่งถ้าเป็นเบนซ์นะ รายนั้นขึ้นชื่อเรื่องความ ถึก!!) ส่วนใหญ่ที่ซ่อมกันหนักๆ ก็คือ พวกที่ไม่ใส่ใจรถ ไม่เคยรู้สึกเลยว่ารถเริ่มผิดปกติไป สักแต่ว่าขับเป็น พอพัง ก็สาหัสสิครับ ซึ่งแบบนี้ ไม่ว่าจะรถคันไหนๆก็เป็นทั้งนั้นแหละครับ
สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ถ้าคุณเป็นคนขับรถทางไกล ขับเร็ว ผมแนะนำBMW เถอะครับ(หรือเป็นรถยุโรปอื่นๆ) จะได้ไม่เป็นภาระกับลูกหลาน เพราะแม้เร็วขึ้น แต่ไม่ได้เปลืองน้ำมันมากขึ้น อีกทั้งช่วงล่างไว้ใจได้ ดีมากๆ เมื่อเทียบกับรถญี่ปุ่นใหม่ๆที่แทบจะลอยเหินฟ้า
แต่ถ้าคุณ สักแต่ว่าขับ ไม่รู้เรื่องรถใดๆเลย(ซักนิดเดียว) ก็Altisเถอะครับ อย่างน้อยๆก็วางใจไปได้3-4ปี
หรือถ้าขับแค่ในเมืองเป็นประจำ ผมแนะนำให้ลงไปเล่นEcoCar ไม่ก็CityCar เพราะชิวิตคุณไม่ได้จำเป็นต้องใช้รถคันใหญ่ๆเลย จะใช้ไปเพื่อ? ในเมืองนะครับ รถก็ติด ถนนก็แคบ ที่จอดก็หายาก
สุดท้ายที่ก็ยืนยันว่า อยากแค่ให้ลองเปลี่ยนความคิดดู รถยุโรปมือสอง กับ ญี่ปุ่นมือหนึ่ง จะเลือกอะไร ก็อยู่ที่ใจคุณ....
วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
30ปีแห่งการเดินทาง จากE30 สู่ F30


ก่อนที่จะมีการเปิดตัวนั้นก็ได้มีภาพ Spyshot ออกมา จนหลายสื่อพยายามนำมาทำเป็นภาพPhotoshop ซึ่งถือว่าใกล้เคียงพอสมควรเลยทีเดียว
การเปิดตัวF30ของBMWนั้น ก็เหมือนกับการเปิดตัวของiPhoneตัวใหม่ของApple คือทั่วโลกต่างรอคอยซีรี่ย์ที่มียอดขายสูงสุด นับได้ว่าเป็นรถมหาชนของBMWอย่างแท้จริง และที่บอกว่าเหมือนกับการเปิดตัวiPhoneนั้น เพราะว่าแทนที่เราจะได้เห็นiPhone5 แต่เรากลับได้ iPhone4s มาแทน ก็เช่นกัน เราคิดว่าเราจะได้เห็น New 3er แต่สิ่งที่เราได้เห็นราวกับว่าเป็น Mini 5er ที่เอามาแปะโลโก้ของ 3erเท่านั้นเอง
แต่ไม่ได้หมายความว่าผิดหวังกับF30 เพียงแค่อาจจะคาดหวังอะไรที่มันตื่นเต้นมากไป ซึ่งจริงๆแล้ว F30ก็มีความตื่นเต้นในตัวมันเองไม่น้อย เส้นสายที่คมชัดตั้งแต่หัวจรดท้าย ไฟหน้าที่ยาวจนชิดกับไตคู่อันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของค่าย ซึ่งลักษณะไฟหน้าแบบนี้เคยพบในConcept car i8มาแล้ว บั้นท้ายที่มองเผินๆแล้วเหมือนกับซีรีย์5เอามากๆ เป็นเพราะถูกบังคับด้วยไฟท้ายที่พยายามสร้างให้เป็นเอกลักษณ์ใหม่กับBMWยุคใหม่ทั้งหมด


(บนซ้าย 1er บนขวา 5er ล่างซ้าย X1 ล่างขวา 5er E34)
กล่าวย้อนกลับไปเมื่อ30ปีก่อน ปี1982 BMW E30 เปิดตัวในฐานะน้องเล็กสุดของค่าย เป็นซีรี่ย์3 เจเนอเรชันที่2 ต่อจากE21 โดยถ้าเข้าใจไม่ผิด ในช่วงแรกๆมีการเปิดตัวด้วยรุ่นเด่นๆ ดังเช่น เครื่องยนต์4สูบ อันประกอบด้วย 316 ใช้เครื่องยนต์M10 1.8L คาร์บูเรเตอร์ 90แรงม้า และ318i ใช้เครื่องM10เช่นเดียวกัน แต่เป็นระบบหัวฉีด จึงให้กำลังสูงถึง105แรงม้า ส่วนเครื่องยนต์6สูบ จะเป็นM20 2.0L มีกำลัง125 แรงม้า ทั้งหมดไม่มีระบบอัดอากาศใดๆมาช่วย หายใจเองล้วนๆ

แต่มาในวันนี้F30 ซีรี่ย์3 เจเนอเรชันที่ 6นั้น ไม่ได้เป็นน้องเล็กสุดของค่ายอีกต่อไป ในช่วงแรกจะเปิดตัวมาด้วย 4รุ่นหลัก มีทั้งเบนซินและดีเซล ดังนี้ เครื่องยนต์เบนซิน 4สูบ ถูกขยายความจุเป็น2.0L พร้อมด้วยเทอร์โบช่วยอัดอากาศเข้าไอดี จึงให้กำลังสูงสุดถึง 245แรงม้า จึงได้ชื่อว่า 328i และเครื่องยนต์เบนซิน 6สูบ 3.0L พ่วงด้วยเทอร์โบเดี่ยว (แต่ชื่อTwinPowerTurbo) ให้กำลังถึง 306แรงม้า จึงได้ชื่อไปแบบโหดๆว่า 335i ส่วนเครื่องยนต์ดีเซลอีก2รุ่นนั้น เป็นเครื่อง 4สูบ 2.0L พ่วงเทอร์โบต่างขนาดกัน ทำให้ได้แรงที่ต่างกัน คือ 163แรงม้า และ184แรงม้า

N20B20 245hp@5,00rpm 350Nm@1,250-4,800rpm

N55B30 306hp@5,800rpm 400Nm@1,200-5,000rpm

N47D20 มี2ระดับความแรง 163-184แรงม้า
จะเห็นว่าเครื่องยนต์ที่มีการเปิดตัวมา3ตัวนั้น พ่วงมาด้วยTurbocharger อันสังเกตได้จาก Intercooler ด้านหน้าของเครื่องยนต์
จะเห็นว่าความเปลี่ยนแปลงทางวิศวกรรมที่เห็นอย่างชัดเจนคือ มีการใช้ระบบอัดอากาศเข้ามาช่วย ซึ่งการมาของเครื่องยนต์4สูบพ่วงเทอร์โบ จะเป็นการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของเครื่องยนต์ 6สูบแถวเรียงหายใจธรรมดา เช่นนั้นหรือ? คำตอบคือใช่ แต่ยังไม่ใช่ในเร็ววันนี้ ถึงแม้ว่าเปิดตัวจะไม่มีเครื่อง6สูบNAเลย แต่ผมเชื่อว่า หลังจากนี้จะมีออกมาให้เลือกใช้กันเหมือนเดิม จะในชื่อ323 หรือ 325ก็ว่ากันไป
ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วชอบความเป็นเครื่องหายใจธรรมดาแถวเรียง 6สูบ ของBMWมากกว่า รู้สึกว่ามันเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้หลงใหลในBMW แต่เราคงไม่สามารถหยุดการพัฒนาได้ ในเมื่อเขาอ้างว่า เครื่อง4สูบ ผูกโบ แรงกว่า ประหยัดกว่า รักษ์โลกกว่า ก็ต้องยอมรับกันไป
เมื่อ30ปีก่อน 3er E30เป็นรถที่มีขนาดกะทัดรัด แต่พอมาทุกวันนี้ 3er F30 มีขนาดที่ใหญ่โตขึ้นผิดหูผิดตา เทียบง่ายๆ F30นั้นมีขนาดใกล้เคียงกับ E34 5erในยุคนั้น ส่วนE30 มีขนาดใกล้ๆกับ 1erในปัจจุบันเท่านั้นเอง


สามสิบปีที่ผ่านไปความยาวของตัวรถมากขึ้นน่าจะเกือบ30ซม. (ในรูปของE30เป็นตัวM3) ความกว้างเพิ่มจาก1.6M เป็น 1.8M ถ้านำมาจอดเทียบกัน คงจะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน เหมือนเป็นคนละซีรี่ย์
InteriorของF30นั้น ดูจะลงตัวที่สุด เท่าที่BMWได้ทำมา เพราะมันไม่ได้ขาดๆเกินๆ อีกต่อไป และการที่BMW เลือกใช้ระบบiDrive ทำให้สามารถลดจำนวนปุ่มกดที่รกตาไปได้มาก แต่ก็ต้องใช้ความชำนาญในการใช้งานอย่างมากเช่นกัน
)


เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า ออกแบบมาให้โอบกระชับคนนั่ง(แต่กระชับหรือไม่ต้องไปลองเอง) ส่วนเบาะคู่หลังแทบไม่แตกต่างจากรุ่นเดิมเท่าไรนัก

จากภาพจะเห็นได้ว่าในบางรุ่นจะมีการตกแต่งภายในตัดด้วยสีเดียวกับตัวรถภายนอก รวมทั้งตัวดอกกุญแจ
มาจนถึงบรรทัดนี้ หลายคนคงสงสัยว่าทำไมถึงเอาE30มาเปรียบเทียบ ทั้งๆที่ไม่ใช่ 3er เจนเนอเรชันแรก มันมีหลายเหตุผล ข้อแรกคือ มันเปิดขายตอนปี 1982 นับมาจนวันที่กำหนดOn sale F30นั้น จะได้30ปีพอดี(เนี่ยนะเหตุผล) เหตุผลต่อมา คือผมเชื่อว่า E30 เป็นที่รู้จักของคนไทยมากกว่าE21 ความแพร่หลายสูงมาก ยอดขายในตอนนั้นถล่มทลายถึงขั้นว่าแซงหน้ารถยนต์จากค่ายญี่ปุ่น เพราะในยุคนั้นเหมือนว่ามีการปลดล็อคภาษี การนำเข้ารถยนต์ ทำให้ธุรกิจรถยนต์ประกอบในประเทศฟุบไปมากทีเดียว ถ้าจำไม่ผิด จะเป็นยุคเดียวกับที่มีการปิดปั๊มวันอาทิตย์แหละ(มั้ง)ครับ
ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เรามาย้อนอดีตของซีรี่ย์3 กันพอคร่าวๆดีกว่าครับ
E21 เปิดตำนานซีรี่ย์3 1975-1983
1
E30 ยอดนิยมตลอดกาล 1982-1992

E36 นกแก้วโบยบิน 1992-1998

E46 อารมณ์แห่งBMWที่แท้จริง 1998-2005

E90 ก้าวกระโดดสู่ยุคใหม่ 2005-2011


สุดท้ายแล้วF30จะสามารถก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่ได้หรือไม่ ยังต้องรอดูกันต่อไป
http://www.facebook.com/sharer.php?u=http://puppy-e34.blogspot.com/2011/11/30-e30-f30.html&t=E30 t0 F30


