วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2552

Speed3 รถบ้านตัวแรงแห่งค่ายMazda

หลายคนคงจะรู้จัก...ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าทุกคนรู้จัก Mitsubishi Evolution
รถแข่งที่มีต้นกำเนิดจากรถจ่ายกับข้าว จับแลนเซอร์มาพัฒนาซะใหม่ แต่ใช้
พื้นฐานโครงสร้างเดิม ผลที่ออกมาได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มากกกกก
แต่คนก็มักจะเข้าใจว่ารถแข่งที่พัฒนาจากรถบ้านนั้นมีแค่Evo นั่นไม่จริงเลย
แทบจะทุกค่ายมีรถแบบนี้ เพียงแต่อาจจะไม่ดังเท่า
.
ในวันนี้เราจะมาดูกันที่ตัวแรงของน้อง3กันดีกว่า ในโลกตะวันตกจะใช้ชื่อว่า
MazdaSpeed3 โดยที่ตัวนี้ พัฒนาบนพื้นฐานของMazda3 รุ่นปี2010 ที่
ยังไม่รู้ว่าจะเข้าไทยเมื่อไหร่เลยT__T
.
เอาหล่ะๆ เรามาดูกันไปทีละShot เลยดีกว่า
(จะวิจารณ์ไปเป็นข้อๆโดยทั้งหมดเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมเอง)
.

Shotที่1 ไฟหน้า
ไฟหน้าของรถก็เปรียบเหมือนกับดวงตาของคน การแสดงออกทางสายตา
ก็เป็นเรื่องสำคัญ จะหวานหยาดเยิ้ม หรือจะดุดัน จริงใจหรือโกหก ก็ดูที่ตา
สำหรับดวงตาของน้อง3 นั้นดูจะดุดัน เข้มแข็ง ราวกับดวงตาของเหยี่ยวที่
คอยจ้องหาเหยื่อ มีความทรงพลัง (ซึ่งในปัจจุบันหลายค่ายก็นิยมเลือกไฟ
หน้าตามนิยามนี้ )
แต่......เมื่อเราเข้าสู่ Shotที่2 จะพบว่า
.
Shotที่ 2 ด้านหน้ารถ
ด้านหน้าก็เปรียบได้กับหน้าคน เป็นสิ่งแรกที่จะได้เห็นเมื่อพบหน้ากัน
และจากที่ต่อเนื่องจากตอนที่1 ไฟหน้าที่ดุดัน ทรงพลัง แต่..............
.
ไหงหน้ามันแป๊ะยิ้มอย่างงี้อ่ะ
มาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม(แย้มมาก) ปากเบ้อเริ่มเลย เค้าคงคิดว่าจะทำ
ให้รถดูใจดี มีเมตตา นั่นไม่ช่วยเลย
เพราะการที่ไฟหน่าดุดัน แต่กลับยิ้มกว้างแบบนี้ ราวกับตัวร้ายในละคร
ที่ได้ในสิ่งที่สมปราถนาแล้ว และน่าจะเป็นตัวร้ายที่ไม่ค่อยแสดงออก
ถึงความร้าย เรียกได้ว่า ร้ายลึก
ในละครความร้ายที่ซ่อนไว้ย่อมเป็นสิ่งไม่ดี เป็นแง่ลบ แต่สำหรับร้าย
ในความหมายนี้คือ ความร้ายที่ซ่อนอยู่ในฝากระโปรงนั่นเอง
.



Shotที่ 3 ด้านข้าง
หากลองมองแล้วจะพบว่า มันแทบไม่มีอะไรต่างไปจากรุ่นเดิมเลย
ทางMazda ยังคงใช้ดีไซน์ด้านข้างแบบเดิม ซึ่งนั่น .....................
เป็นความคิดที่ดีแล้ว เพราะดีไซน์โครงสร้างด้านข้างนับว่าน่าดูมาก
เมื่อเทียบกับรถในลักษณะเดียวกัน แต่ไม่ทราบว่าใช้โครงสร้างเดิม
เลยหรือเปล่าเพราะ ไม่ทราบความเอียงของเสาA (คิดว่าเสาAของ
ตัวใหม่ดูจะลาดเอียงกว่า) สรุปว่าด้านข้างลงตัวดีมาก
.
Shotที่ 4 ท้ายรถ
การที่คนอื่นเห็นท้ายรถของเรา มันแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำของเรา
(ถ้าไม่อยู่ข้างหน้าเขา แล้วเขาจะเห็นท้ายเรามั้ย?) น้อง3ตัวนี้ เปลี่ยนชุด
โคมด้านท้ายใหม่หมด เหลาให้ดูเรียวขึ้น ท่อไอเสียออกสองด้าน
ถือว่าสวยมาก แต่ถ้าจะดีกว่านี้คงต้องปรับสีของไปท้ายไม่ให้มันดูหลอก
ตาขนาดนี้ เพราะมองแล้วเหมือนกับไปซื้อไฟปลอมมาใส่เลยอ่ะ
โคมสวยแต่สีหลอนเอามากๆ
.


Shotที่ 5 ล้อและยาง
ไม่มีอะไรมากไปกว่าคำว่าเหมาะสม ล้ออัลลอยด์สิบก้าน ขนาด18นิ้ว
มาพร้อมกับยางดันล็อป ขนาด225 ผิวสัมผัสพื้นมาก ส่งกำลังลงสู่พื้น
ถนนได้มาก แต่ก็กินน้ำมันมากเพิ่มขึ้นด้วย-*-
.


Shotที่ 6 เครื่องยนต์
หัวใจสำคัญที่จะตัดสินความแรงของรถ คือ เครื่องยนต์ และในน้อง3 ตัวนี้
เลือกใช้เครื่องยนต์เบนซิน สี่สูบแถวเรียง วางขวางด้านหน้ารถ
ความจุ 2.3ลิตร เทอร์โบ เค้นกำลังออกมาได้263แรงม้าที่ 5,500รอบ/นาที
ให้แรงบิดสูงสุด380นิวตัน-เมตร ที่3,000รอบ เจี๊ยก!!! หยั่งกับกระบะบ้าพลัง
มาที่รอบไม่สูงด้วย ดูแล้วคงไม่ต้องโหมให้เหนื่อย น่าจะปี๊ดป๊าดไม่น้อยเลย
อีกทั้งยังจับคู่กับเกียร์ธรรมดา6สปีด สับกันมันส์เลย
.
แต่ว่า แรงม้าน้อยจังเลยอ่ะ ไม่อยากจะเปรียบกับคนอื่นหรอกนะ ทำให้
อดคิดไม่ได้ ว่าคนอื่นเค้า2ลิตร เรียกม้าได้ตั้ง 280ตัว (หรือมากกว่านั้น)
แต่ใย Mazda ทำได้แค่เนี้ยยย
.
เราเชื่อว่าเค้าทำได้ แต่อาจมีเหตุผลบางอย่าง จึงไม่ทำ
.
.

Shotที่ 7 การตกแต่งภายใน
ภายในรถถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่ตอบสนองความพอใจของลูกค้ามากที่สุด
เพราะมันเป็นส่วนที่ผู้ซื้อสัมผัสได้ เป็นรูปธรรม ห้องโดยสารที่ดีนั้นมันไม่
จำเป็นต้องกว้างขวางเสมอไป ขอให้มุมมองโปร่งสบายเป็นพอ จะช่วยลด
ความคับแคบไปได้ การใช้โทนสีสว่างก็เป็นส่วนที่ช่วยความโปร่งได้มาก
.
แต่กับน้อง3 เลือกใช้สีดำ ซึ่งส่งผลให้ดูคับแคบไปในทันที แล้วจะให้ทำไงล่ะ
ในเมื่อสีดำเป็นสีเดียวที่ส่งผลให้มีอารมณ์สปอร์ตได้มากสุด นอกจากนี้แล้ว
สีดำยังเปื้อนยากอีกด้วย -*-
ไมล์รถทรงสองห่วง แลดูสปอร์ต แต่หลอกตาชิ ในภาพจะเป็น
หน่วยไมล์ ไม่ใช่หน่วยกิโลเมตร (กม.จะอยู่วงในด้านล่าง)
จอแสดงผล พร้อมระบบนำทาง มองแบบนี้ก็ชัดเจนดีหรอก แต่ขอให้ลอง
เลื่อนเม้าส์กับไปดูภาพก่อนๆ แล้วพิจารณา
.
ถ้ายังนึกไม่ออก ก็จะบอกให้ว่ามันเล็กมาก
มากกกก ..... จะมองทีคงต้องเพ่งอยู่นาน รถได้ชนตายก่อนพอดีอ่ะ
น่าจะยกจอแสดงผลลงมาแทนชุดเครื่องเครื่องเสียงด้านล่าง
แม้จะต่ำไปนิด แต่จะได้จอแสดงผลที่ใหญ่กว่า น่าจะมองเห็นได้ง่ายกว่า

ชุดควบคุมเครื่องเสียงและระบบแอร์ ใช้งานไม่ยาก ไม่ซับซ้อน และก็ยัง
ดูทันสมัย แต่ใครจะว่ายังไงผมไม่รู้นะ แต่ว่าค่ายรถเดี๋ยวนี้ชอบทำเครื่อง
เสียงแบบฝัง(บิวด์อิน) แน่นอนว่ามันดูไฮโซหรูหรา แต่ไม่เคยมีค่ายไหน
ใส่เครื่องเล่นดีๆมาให้เลย ครั้นจะเอาไปเปลี่ยนก็ยากเย็น ต้องเจาะนู่นนี่
ชวนให้นึกถึงสมัยก่อนที่จะเป็นช่องให้ ทั้งแบบ1หรือ2din เปลี่ยนได้ง่ายมาก
ใคร่ขอให้ค่ายรถต่างๆ ทบทวนเรื่องนี้ใหม่เหอะ นะ...
(ไม่ได้ว่าMazdaนะ ผมว่าทุกค่ายแหละ)

Shotสุดท้าย เบาะนั่ง
วัสดุที่ใช้บุ แปลกแหวกแนวดีมาก ช๊อบชอบ เรียกว่าไงดีอ่ะ สีเหลือบๆ
แจ่มมาก เบาะหน้าดูท่าจะโอบกระชับดี เข้ากับบุคลิกของรถและ ยังช่วย
เซฟหลังเราได้ด้วย แต่เบาะหลังของผู้โดยสารนี่สิ ท่าจะแข็งน่าดู
ดีไซน์เบาะหน้าให้คแนนเกือบเต็ม แต่ดีไซน์เบาะหลังผมให้ติดลบเลย
แม้ว่าจะใช้วัสดุหุ้มดูดี แต่นั่นไม่ช่วยอะไรเลย
เบาะหลังแบนเรียบ ไม่มีมุมโอบรับหลัง แล้วก็ดูเหมือนย้อยกลับไปสมัย
323รุ่นปี84 อะไรหยั่งงั้นเลย
.

แร้งงงงงงง...(น้อยไปนิด) กับรูปลักษณ์ในบางมุมที่ยังขัดแย้งในตัวเอง
เข้าใจว่าทางมาสด้าคงไม่อยากให้ MazdaSpeed3 ออกมาเป็นเหมือน
รถแข่งมากเกินไป คงอยากแค่ให้มีกลิ่นอายนิดๆเท่านั้น ผลที่ได้ออกมา
เลยเป็นแบบนี้ ครึ่งๆกลางๆดีแท้
แต่ที่แน่ๆคือมันสวยกว่ารุ่นธรรมดาเยอะเลยอ่ะ.......................
.
สรุป สิ่งที่อยากให้ไม่เกิดขึ้นในMazda3 ตัวminor
อย่างแรกคือ ไฟท้ายแบบตัวนี้เหมือนกับซื้อของแต่งปลอมมาติดรถ
ยังไงก็ไม่รู้ ควรจะรีบเปลี่ยนโดยด่วน!!
อย่างที่สอง คือ เบาะหลัง ทรงสไตล์โบราณ ไม่ไหวจริงๆเล้ย
.
นอกนั้นอยู่ในเกณฑ์ดี เหมาะสมกับการใช้งานทุกอย่าง
.
รูปภาพจาก autoblog

วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2552

BMW 5series Gran Turismo::

บทความนี้เป็นบทความที่ยาวที่สุดที่เคยเขียนมา (กว่า1,200คำ)
สำนวนอาจเขียนอาจจะแปลกไปบ้าง อ่านแล้วอาจงงๆนิดๆ ก็ต้อง
ขออภัยไว้ ณ ที่นี้เสียก่อนเลย
---------------------------------------------------
::BMW 5series Gran Turismo::

การที่โลกเปลี่ยนแปลงไป ค่านิยมและความต้องการในการใช้รถก็
เปลี่ยนไปเช่นกัน อย่างที่รู้ๆกันดีว่าเศรษฐกิจโลกในช่วงนี้มันบ้าบอ
ส่งผลให้การตัดสินใจซื้อรถยากขึ้น จะซื้อรถซักคันต้องคิดแล้วคิดอีก
ครั้นจะซื้อรถคูเป้ก็ไม่ค่อยจะเหมาะกับการใช้งานประจำวัน แต่ก็จะ
ได้อารมณ์สปอร์ต ครั้นจะซื้อSUV แล้วจะเอามาใช้ในเมืองก็ดูจะ
กะไรอยู่ เหมาะกับการเอาออกไปเที่ยวต่างจังหวัดกับครอบครัวเสีย
มากกว่า ครั้นจะซื้อมันทั้งคู่ก็คงได้กินข้าวกะน้ำปลามันทุกมื้อเป็นแน่
แท้ทีเดียวเชียวแล้วรถอะไรจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้
อย่างครบถ้วน
.
แน่นอนว่าค่ายรถยนต์ทุกค่ายต่างก็ทราบเป็นอย่างดี จึงได้มีความ
พยายามสร้างรถยนต์รูปแบบใหม่ๆ ที่ก้ำกึ่งระหว่างรถเก๋ง และคูเป้
แต่สำหรับค่ายBMW คิดจะผสมกับเอสยูวีเข้าไปอีกด้วย ตามนิยาม
สปอร์ตแบบคูเป้ สบายแบบรถเก๋ง และอเนกประสงค์อย่างเอสยูวี
แล้วมันจะออกมาเป็นรถแบบไหนล่ะ แทบจะนึกไม่ออกเลยอ่ะ คงจะ
ประหลาดน่าดู ซึ่งทางBMW ได้สร้างรถในแนวความคิดนี้ออกมา
ในนาม 5er GT (gran turismo) รหัสตัวถังพื้นฐาน F10 (น่าจะ)
.
ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าการออกแบบรถของBMWในทุกวันนี้ได้รับ
อิทธิพลมาจาก Concept CSคันที่เห็นนี้เป็นอย่างมาก
(Concept CS = COUPE + SEDAN)
...
ละเมื่อต้องเกิดเป็น Concept ของซีรี่ย์5 ใหม่จึงกลายเป็นเช่นนี้

ในที่สุด รถคันจริงๆเป็นๆ ที่ไม่ใช่ภาพCG ไม่ใช่ Concept car ก็ได้
เผยโฉมให้กับโลกได้เห็น แบบที่ยังต้องพรางตัว ให้ลุ้นเล่น

ซึ่งก็พอจะรู้กันว่าส่วนใหญ่แล้วจะไม่ทำรถที่จะขายจริงเหมือนกับตัวที่
เป็น Concept car หรอก แต่จะแค่มีเค้าลาง คล้ายคลึงกันเท่านั้นเอง
ซึ่งนั่นไม่ใช่กับ ซีรี่ย์5 คันนี้ เพราะมันแทบจะลอกมาแป๊ะ!
ก็อปเอเลยเชียวหล่ะ
...
เอาหล่ะๆ เรามาดูมุมมองต่างๆของรถคันนี้กันบ้างดีกว่า



เป็นการผสมผสานรถสามชนิดเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว
(COUPE + SEDAN + SUV)
โดยด้านหน้าถอดแบบมาจาก CS แต่ด้านท้ายนี่สิใครจะว่ายังไงไม่รู้นะ
แต่ผมว่า ดูคล้ายๆกับรุ่น E34 พี่ของมัน เป็นอย่างมาก
เทียบให้ดูก็ได้อ่ะ E34 E60 และ F10

จะว่าไปแล้วน่าจะพูดว่าเหมือนเอา E34 + E60 ซะมากกว่า เอิ๊กๆ
....
มาดูที่ภายในกันบ้างดีกว่า หลายๆคนชอบจะพูดว่า BMW มุ่งเอาแต่
จะพัฒนาด้านเครื่องยนต์อย่างเดียว ภายในทำแบบพอนั่งได้ ไม่น่า
เกลียดนัก (ซึ่งผมก็เป็น1ในนั้น เพราะ E34 คันที่บ้านเบาะก็แข็งมาก
ทีเดียวแหละ) แต่ครั้งนี้ BMW ได้รับทราบถึงข้อตินั้นๆ(+เสียงกร่นด่า)
ทำให้ต้องทำการบ้านเรื่องการออกแบบห้องโดยสารให้มีความสะดวก
สบายมากขึ้น ซึ่งก็ทำออกมาเหมือนจะดูดีขึ้นกว่าเดิมพอสมควร
(ย้ำ พอสมควร) เอาเป็นว่าดูเอาเองละกัน
...
ชุดคอนโซลหน้า E34 E60 และ F10 เรียงจากซ้ายไปขวา
...
เบาะนั่งด้านหลัง E60 F10แบบที่1 F10แบบที่2 เรียงจากซ้ายไปขวา

โดยส่วนตัวคิดเอาเองว่าคนไทยคงจะมีโอกาสได้สัมผัสกับแบบที่1
มากกว่าแบบสอง เพราะแบบสองดูจะแพงมากไป เมื่อต้องนำเข้า
...
จะว่าไปตามจริงแล้ว ก็ไม่ค่อยต่างจากเดิมเท่าไหร่เลยอ่ะ -*-
...
ความจ๊าบที่สุดของการออกแบบ เจ้า GT คันนี้คือ ฝากระโปรงท้าย
ที่สามารถเลือกเปิดปิดได้สองลักษณะ คือเปิดทั้งบาน หรือเปิดแค่
ท่อนล่าง (เหอๆ) แต่ผมชอบแบบเปิดหมดนะ (เหอๆๆๆๆๆๆๆ)
เฮ้ย นอกเรื่องแล้ว!! โดยปกติแล้วรถเอสยูวีทั่วไปก็สามารถเลือกเปิด
ได้สองแบบ แต่จะเป็นการเปิดกระจกบนเสียมากกว่า

การเปิดแบบนี้เมื่อมานั่งคิดดูดีๆแล้ว จะพบว่าการเปิดบานเล็ก
(เรียกแบบนี้ละกัน)ไม่ได้เป็นการเปิดเข้าไปในห้องโดยสาร เปิดแค่
ช่วงเก็บของ คนนั่งด้านหลังจะได้ไม่รู้สึกว่าเราทำอะไรบนหัวเขา
ขณะที่เราเก็บของ(ถ้ามีคนนั่งนะ) และยังกันกลิ่นไม่พึ่งประสงค์เข้า
ไปในห้องโดยสารได้อีกด้วย
...
เครื่องยนต์เป็นสิ่งที่นับว่าเป็นหัวใจหลักของBMW และ จะต้องเป็น
เครื่องแบบหกสูบแถวเรียง ถ้าอยากรู้ว่าทำไมต้องเป็นหกสูบแถสเรียง
คงต้องเล่าถึงพงศาวดารขอมันพอเป็นสังเขปละกัน
...
หกสูบแถวเรียงเริ่มมีตั้งแต่มีซีรี่ย์ห้ากำเนิดขึ้นมาในโลก กับบอดี้E12
แต่ผมไม่รู้ว่าเป็นเครื่องอะไร จนมาถึงบอดี้E28 ด้วยเครื่องยนต์รหัส
M20 ในตัวที่ทำตลาดหลักๆจะเป็นความจุ 2ลิตร 129แรงม้า และใช้
เครื่องบล็อกนี้มาจนถึงบอดี้E34 ในช่วงสองปีแรก แล้วจึงมาใช้
เครื่องใหม่ คือ M50B25 ความจุ2.5ลิตร 193แรงม้า เมื่อถึงE39
ก็หันมาใช้เครื่องยนต์ที่มีระบบวาล์วแปรผันคู่ คือ M50B28 ขยาย
ความจุเพิ่มขึ้น แต่ประหยัดน้ำมันกว่าเดิม แรงม้าเท่าเดิมแป๊ะ!!
...
เมื่อมาถึงE60 ซีรี่ย์5 โฉมปัจจุบัน หันมาใช้เครื่องยนต์รหัสN52 ที่มี
น้ำหนักเบากว่า ให้กำลังที่สูงกว่าถึง 218แรงม้า(2.5ลิตร) และ
231แรงม้า ในตัว3ลิตร โดยที่เครื่องยนต์ที่กล่าวมานั้นไม่มีตัวไหน
ที่มีระบบเทอร์โบ แต่หลังจากนี้นั้น BMWจะใช้เทอร์โบเข้ามาช่วย
เพิ่มกำลังของเครื่องยนต์ ตามแบบสมัยนิยม ที่คนอื่นทำกัน
ใน535i นี้จะใช้เครื่องยนต์ดังต่อไปนี้
BMW 535i Gran Turismo:
straight-six gasoline engine with TwinPower Turbo
High Precision Injection and VALVETRONIC
Capacity: 2,979 cc
max output: 225 kW/306 hp at 5,800 rpm
max torque: 400 Nm/295 lb-ft from 1,200–5,000 rpm
Acceleration 0–100 km/h: 6.3 seconds
Top speed: 250 km/h (155 mph)
CO2 emissions to the EU standard: 209 g/km
emission standard: EU5
...
เครื่องยนต์ที่ใช้มิได้เป็นเครื่องใหม่แต่อย่างใด หากแต่เคยปรากฏให้
พบแล้ว ใน135i น้องเล็กตัวจี๊ดของเรา เพราะเทียบดูจากแรงม้า และ
แรงบิดแล้วเท่ากันพอดี อย่างไรก็ตามความสามรถของเครื่องยนต์นั้น
คงต้องรถให้เปิดตัวอย่างจริงๆจังๆซะก่อน
(ดูข้อมูล135i ที่นี่ http://puppy-e34.blogspot.com/2009/05/135i.html )
...
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วคุณก็เป็นแฟนของBMW ล่ะก็ คุณจะพบว่าภาพ
ภายในของทั้งสามรุ่นที่เอามาเทียบให้ดูนั้น มาจากคนละสำนักกัน ดังนี้
E34 alpina E60 M5 และ F10 original ซึ่งจริงๆแล้วไม่ควรจะนำมา
เทียบกัน เพราะอยู่กันคนละพื้นฐาน แต่ก็พอจะให้เห็นความเปลี่ยนแปลง
ได้อยู่บ้างหล่ะ
...
โดยสรุปแล้วอย่างเพิ่งไปคิดว่าภาพทั้งหมดนี้ ออปชั่นทั้งหมด จะพบใน
รถที่ขายจริง อีกทั้งเมื่อเข้ามาในไทยแล้วจะเป็นยังไงก็ยังไม่รู้ จะถูกหั่น
อะไรออกไปบ้าง คงเป็นเรื่องของอนาคตที่ยังต้องลุ้นกันต่อไป
....



ภาพ 535i ทั้งหมดในบทความนี้นำมาจาก Autoblog.com
ส่วนภาพที่เปรียบเทียบนั้นทำเองจ่ะ ^^
...
พิเศษที่อยากจะแถมตอนท้ายคือเครื่องยนต์ต่างๆที่จะบรรจุใน GT
...
BMW 550i Gran Turismo: V8 gasoline engine
with TwinPower Turbo and High Precision Injection
Capacity: 4, 395 cc,
max output: 300 kW/407 hp from 5, 500–6,400 rpm,
max torque: 600 Nm/442 lb-ft from 1,750–4,500 rpm
Acceleration 0–100 km/h: 5.5 seconds
Top speed: 250 km/h (155 mph)
...
BMW 530d Gran Turismo:straight-six diesel engine
with aluminium crankcase and third-generation
common-rail direct fuel injection (piezo-injectors),
max injection pressure: 1,800 bar
Capacity: 2,993 cc,
max output: 180 kW/245 hp at 4,000 rpm,
max torque: 540 Nm/398 lb-ft from 1,750–3,000 rpm
Acceleration 0–100 km/h: 6.9 seconds
Top speed: 240 km/h (149 mph)

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2552

เปิดตำนาน ///M-sport กับ E12

ทุกมวลมหากาฬย่อมมีจุดเริ่มต้น เฉกเช่นเดียวกันกับ สายพันธุ์ m5
จุดเริ่มต้นของมันก็มาพร้อมกับจุดเริ่มต้นของซีรี่ย์5 บนบอดี้ E12
สำหรับบอดี้นี้ แม้จะเป็นซีรี่ย์5 แต่ก็ไม่ได้ใช้รหัสM5 (รหัสM5เริ่มใช้
ครั้งแรกในE34) แต่จะใช้รหัสเป็นM535i และที่เห็นอยู่นี้เป็นผลการ
ทดสอบที่ฝรั่งเขาทำไว้(พวงมาลัยขวาด้วยล่ะ) เจอในเนตด้วยความ
บังเอิญ ไม่นานมานี้เอง เลยเอามาให้ดูกัน แล้วก็แปลกันเอาเองนะ





:: สรุปด้านเครื่องยนต์ ::
3,453cc หกสูบแถวเรียง บล็อกสูบเป็นอลูมิเนียมอัลลอยด์
ระบบจ่ายน้ำมันแบบ L-jetronic
ให้กำลังสูงสุด 218แรงม้า ที่ 5,200รอบ/นาที
.
ในสมัยนั้นก็นับว่าแรงมากทีเดียว เมื่อเทียบกับคู่แข่งของมัน แต่ถ้า
เทียบกับรถในปัจจุบัน ความแรงขนาดนี้เท่ากับ525i พอดีเลย แต่
มีความจุเพียงแค่2.5ลิตรเอง ทำให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของ
เทคโนโลยีของBMWได้เป็นอย่างดี
มีอีกเรื่องหนึ่งที่น่าตลกคือ ซีรี่ย์5รุ่นแรกนี้สั้นกว่าE60อยู่ถึง 22ซม.
แคบกว่าถึง 15ซม. แต่ก็เป็นการพัฒนาดีขึ้นของซีรี่ย์5เค้าล่ะ
.
อย่างว่าแหละโลกมันเปลี่ยนไป แต่ขออย่าให้ใจของเราเปลี่ยนตาม
..
..
เฮ้อ เห็นแบบนี้แล้วอยากได้E12 ซักคันจริงๆเล้ย!!